Author: Best Story

คำถามวิเศษ ควรถามลูกทุกๆวัน หลังลูกกลับจากโรงเรียน เพื่อสัมพันธ์ที่ดี พ่อ-แม่-ลูก

คำถามเพียงไม่กี่ข้อเหล่านี้ จะทำให้ลูกรู้สึกว่า พ่อ-แม่ แคร์เค้ามาก และเป็นห่วงเป็นใย มากกว่าคำถามว่า วันนี้มีการบ้านมั้ย วันนี้เรียนวิชาอะไร อยากให้พ่อแม่สละเวลาอ่านนิดนึงกับ 7 คำถามวิเศษกับ ความผูกพันธ์ลูกไว้ด้วยความใส่ใจคะ 1. อะไรที่ลูกไม่ชอบเลยวันนี้ คำถามนี้ตรงข้ามกับคำถามแรกเลยคำถามนี้เป็นคำถามเชิงลบ แต่เป็นคำถามที่เราจะได้คำตอบ ที่ช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นวิชาที่ลูกไม่ชอบ กลุ่มเพื่อนของลูก หรือแม้กระทั่งการถูกเพื่อนรังแก แต่ไม่จำเป็นต้องถามคำถามนี้ทุกวันนะ ถามบ้างเป็นครั้งคราวคือคำถามที่ไม่ชอบอะไรที่สุด ให้ถามบ้าง เพื่อที่เราจะได้รู้และแก้ไขปัญหาหรือรับมือกับปัญหาได้ 2.อะไรดีที่สุดในวันนี้ มันเป็นคำถามปลายเปิดนะ ซึ่งเป็นคำถามที่เราจะได้คำตอบมากมาย เด็กจะชอบตอบคำถามนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ลูกเค้าชอบ เค้าตื่นเต้น มีความสุข เราจะได้รู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง คำถามนี้เป็นคำถามที่ลูกจะมีความสุขและตาเป็นประกาย เวลาตอบมากๆ 3.ลูกนั่งทานข้าวกับใครบ้างวันนี้ คำถามนี้จะทำให้เรารู้ว่า ลูกเข้าสังคมได้มั้ย ลูกเปลี่ยนคนนั่งไปเรื่อยๆ หรือนั่งกับคนเดิมตลอด ถ้าเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เราก็อาจจะถามถึงคนเก่าๆบ้างว่าไม่นั่งกับ A B แล้วเหรอ แล้วรอฟังเหตุผล จะทำให้เรารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คือลูกอาจจะมนุษยสัมพันธ์ดี นั่งกับใครก็ได้ เพื่อนอยากนั่งด้วย หรือที่ต้องเปลี่ยนเรื่อยๆ เพราะไม่มีใครอยากนั่งใกล้ ส่วนถ้านั่งกับคนเดิมตลอด ก็ลองถามดูว่าไม่นั่งกับ A B บ้างเหรอ แล้วฟังเหตุผลลูกเราจะสามารถประเมินได้ 4. กิจกรรมที่โรงเรียนง่ายหรือยาก อันนี้เราจะได้รู้ว่าลูกเรียนทันเพื่อนมั้ย ลูกอ่อนวิชาไหนบ้าง โดยไม่ต้องรอผลสอบเราจะได้แก้ไขได้ก่อน 5. คุณครูเป็นอย่างไรบ้างค่ะลูก อันนี้เราต้องดูสีหน้าลูกด้วยเวลาตอบ คือถ้าถามไป ลูกแบบตาเป็นประกาย คุณครูใจดี ให้ทำนั่นนี่ สนุกมาก อันนี้ก็หมดห่วง แต่ถ้าถามไปแล้วหน้าเศร้าๆ เลี่ยงๆ ไม่อยากตอบก็อย่าไปเซ้าซี้ จดไว้ก่อน มีโอกาสลองไปคุยกับครูทีหลัง 6. โรงเรียนมีงานอะไรบ้างที่กำลังจะมาถึง คือเด็กๆบางทีครูสั่งไรมา ก็ไม่มาบอก ด้วยเพราะลืมบ้าง ไม่ใส่ใจบ้าง ข้อนี้จะช่วยให้ลูกไม่ลืมงานที่ต้องเตรียม ต้องทำ 7. ลูกเล่นกับใครบ้างวันนี้ อันนี้จะได้ผลคล้ายกับนั่งกินข้าวกับใคร คือจะได้เรื่องการเข้ากับคนอื่น เราไม่จำเป็นต้องถามทั้ง 7 คำถามนี้ ทุกวันก็ได้ อาจจะสลับๆกันไป เพื่อให้เราได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง...

Read More

”คิดให้ดี ก่อนจะเถียงแม่”

เย็นวันหนึ่ง ลูกชายวัยมัธยมปลายถูกคุณแม่บ่นว่าเรื่องไม่ยอมเก็บห้องนอน กินข้าวไม่เป็นเวลา ออกไปไหนไม่บอกก่อนล่วงหน้า ฯลฯ หนุ่มน้อยทนไม่ได้ เพราะคิดว่าแม่ชอบจู้จี้จุกจิกเรื่องส่วนตัวของเขา ก็เลยเถียงแม่ออกไปด้วยเสียงอันดัง ทำให้คุณแม่ยิ่งโมโหที่ลูกชายไม่เชื่อฟัง คุณพ่อเห็นท่าจะไม่ดี ก็เลยกันลูกชายออกมาและพาไปเดินเล่น เดินไปด้วยกันเป็นนานสองนาน คุณพ่อจึงพูดกับลูกชายว่า“การที่ลูกจะเถียงแม่ได้นั้น มีข้อแม้ว่า หากลูกทำได้ใน10ข้อนี้ ลูกจึงมีคุณสมบัติที่จะเถียงแม่ได้!” “อะไรเหรอครับ?” เด็กหนุ่มถามคุณพ่อ 1.อาเจียนหลังกินข้าวทุกมื้อเป็นเวลาสามเดือน(แพ้ท้อง) 2.หัวนมถูกกัดแต่ต้องยอมอดทนไม่กล้าตี(ช่วงที่ฟันของลูกขึ้นใหม่ๆ) 3.เอาลูกบอลใส่ท้องและเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกเดือนเป็นเวลาสิบเดือน(ตั้งท้อง) 4.เจ็บปวดเหมือนถูกแส้เฆี่ยนตีเป็นเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง(ช่วงคลอดลูก) 5.งดน้ำแข็ง ชา กาแฟและของชอบแต่ส่งผลร้ายต่อลูกในครรภ์เป็นเวลาสิบเดือน 6.เวลานอนพลิกตัวไม่ได้เป็นเวลาห้าเดือน 7.งดเที่ยว งดกระโดดโลดเต้นเป็นเวลาสิบเดือน 8.ห้ามป่วยเป็นอันขาดเป็นเวลาสิบเดือน ต่อให้ป่วยก็กินยาปฏิชีวนะไม่ได้ 9.เช็ดขี้เช็ดเยี่ยวเช็ดอ๊วก เปลี่ยนผ้าอ้อมซักผ้าอ้อม ล้างก้นเป็นปีๆ 10.กลางคืนต้องตื่นทุกๆ สองชั่วโมง แต่ละช่วงใช้เวลาประมาณสามสิบนาทีประมาณสามเดือน พ่อลูกเดินคุยกันจนมาถึงหน้าบ้าน คุณพ่อตบบ่าลูกชายแล้วพูดว่า“เดี๋ยวเข้าบ้านไป ให้เกียรติกับผู้หญิงของฉันด้วยนะ” “ฮ่าๆ ครับๆ ต่อไปผมจะให้เกียรติผู้หญิงของพ่อให้มากกว่านี้ครับ” เมื่อลูกชายเข้าบ้านก็ตรงไปกอดและขอโทษคุณแม่ ก่อนที่จะเถียงแม่...

Read More

9 อาหารมีประโยชน์ ช่วยบำรุงสมอง-ร่างกายให้พร้อมทำงานตลอดทั้งวัน

เรื่องของสุขภาพร่ายกาย ถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เพราะในแต่ละวันต้องใช้พลังงานในการทำอะไรหลายๆอย่าง เพราะฉะนั้นอาหารที่ทานในแต่ละวันควรมีประโยชน์ต่อร่างกาย เราจึงควรหันมารักสุขภาพ ทานอาหารที่มีประโยชน์กันดีกว่า !! 1. ส้ม เป็นผลไม้ให้วิตามิน C สูง จะช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว และภูมิต้านทานโรค ทั้งยังมีไฟเบอร์สูงช่วยระบบขับถ่ายและเสริมสร้างคอลลาเจนในผิวด้วย 2. คะน้า มีสารเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่างๆ ได้ดี มีวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและแคลเซียมที่ดูแลกระดูกให้แข็งแรงด้วย 3. บร็อคโคลี่ แหล่งวิตามินซี เอ และเค ทั้งยังมีเบต้าแคโรทีนสูง จะช่วยในการบำรุงสายตา มีสารไอโซธิโอไซยาเนทส์ (Isothiocyanates) ที่ช่วยต้านมะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และวิตามินเคที่ช่วยเสริมแข็งแรงของกระดูกอีกด้วย 4. มันเทศ ที่อุดมไปด้วยเบตาแคโรทีน ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา ทำให้ตับอ่อนแข็งแรง มีสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีวิตามินบี 5 บี 6 ที่ช่วงในการลดน้ำหนักโดยตรง วิตามินซี ทำให้ผิวสวย และที่สำคัญคือ มันเทศมีสารต้านมะเร็งสูง 5. ปลา นอกจากให้โปรตีนสูง ยังมีโอเมก้า 3 ที่ช่วยในการทำงานของสมอง ตับ ระบบประสาทเกี่ยวกับการเรียนรู้ และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลลง ซึ่งปลาที่มีโอเมก้าสูงได้แก่ ปลาทะเลอย่างแซลมอน แม็คเคอเรล ทูน่า รวมทั้งปลาน้ำจืดอย่างปลาสวาย เป็นต้น 6. ไข่ไก่ ซึ่งมีโปรตีนสูง ทำให้คุณได้พลังงานแต่ไม่อ้วน ไข่ไก่ถือว่าเป็นสุดยอดอาหารที่หาได้ง่าย ราคาประหยัด และยังสามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายอีกด้วย 7. ถั่วทุกชนิด จะให้โปรตีนที่สูงและยังเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก ซึ่งในถั่ว 1 ถ้วย จะให้ธาตุเหล็กที่สูงถึง 16 มิลลิกรัม และยังมีไฟเบอร์ช่วยระบบขับถ่ายทำงานได้ดีอีกด้วย 8. โยเกิร์ต จะมีสารที่มีประโยชน์เยอะมากไม่ว่าจะเป็น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี วิตามินบี 12 และโปรตีน ซึ่งเราควรทานโยเกิร์ตให้ได้วันละ 1 ถ้วย ระบบต่างๆในร่างกายจะทำงานได้ดีขึ้น 9. ชา จะมีสารฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ที่ดีต่อระบบทำงานในร่างกาย...

Read More

“10 วัดบนเขา” ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

วัดเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวไทยและคนที่นับถือศาสนาพุทธทุกคน วัดในประเทศไทยนั้นมีอยู่มากมายหลายที่ในทุกๆจังหวัด วันนี้เราจะพามาดูวัดในประเทศไทยที่อยู่บนภูเขากัน ต้องบอกว่าสวยงามมากจริงๆ ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย 1.วัดทางสาย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ภักดีประกาศนั่นเองค่ะ เป็นเจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการด้วยการไล่ระดับ 5 ชั้น เจดีย์สีทองอร่ามเก้ายอด สามารถชมทิวทัศน์ทะเลฝั่งอ่าวไทยได้อย่างสวยงาม และเป็นวัดที่สร้างขึ้นในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 วัดทางสายนั้นอยู่ หมู่ 9 ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั่นเองค่ะ และมีลักษณะคล้ายเต่ายื่นลงไปในทะเลอยู่ครึ่งกึ่งกลางระหว่างสองอ่าวคืออ่าวบ้านกรูดและอ่าวบ้านทางสาย 2.วัดถ้ำเขาวงกต จังหวัดอุทัยธานี เป็นวัดที่มีอาคาร 4 ชั้นออกแบบเป็นลักษณะเรือนไทยยกใต้ถุน แบ่งการใช้งานออกเป็น 4 ชั้นก็คือ ใต้ถุนนั้นเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของ ส่วนชั้นที่ 2 นั้นจะเป็นวิหาร ชั้นที่ 3 จะเป็นกุฏิ และชั้นที่ 4 จะเป็นโบสถ์ที่สร้างด้วยไม้สักและไม้มะค่า ซึ่งมีความงดงามมากๆเลยค่ะ ภายในวัดนั้นก็จะมีความสวยงามร่มรื่นเลยทีเดียว ระห่างไปจากหลังวัดนั้นจะมีถ้ำอยู่ประมาณ 7-8 ถ้ำ บางท่านนั้นก็ใช้เป็นที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ บางท่านนั้นก็จะมีหินงอกหินย้อยให้ชมกันค่ะ การเดินทางไปวัดถ้ำเขาวงนั้น เดินทางจากตัวเมืองอุทัยธานีมุ่งหน้าสู่ตำบลบ้านไร่ และห่างจากอำเภอไปประมาณ 12 กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข 3011 ผ่านทางโค้งศาลเจ้าพ่อเขารักมาตัดจับสามแยกให้เลี้ยวขวาประมาณ 6 กิโลเมตร แล้วก็จะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เขาวงประมาณ 8 กิโลเมตร ถึงทางแยกให้เข้าไปอีก 300 เมตร 3.วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ เป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีความสวยงามแปลกตาด้วยการที่สร้างวัดเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขานั่นเองค่ะ ยอดเจดีย์นั้นจะเป็นทรงระฆังคว่ำประดับด้วยลวดลายบนปูนปั้นมีความสวยงามแปลกตาโดยรอบๆนั้นเจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืนและประทับนั่งอยู่ทั่วไป ส่วนบริเวณชั้นบนสุดนั้นก็จะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วยค่ะ การเดินทางจากกรุงเทพนั้นเดินทางมุ่งหน้าอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ถึงกองบิน 4 เจอแยกไปห้วยหวาย เลี้ยวซ้ายขับรถไปเรื่อยๆเจอสี่แยกตัดกันกับถนนเส้นตากฟ้าท่าตะโก ให้ตรงไปขับรถผ่านหมู่บ้านทางรพช จะมีป้ายบอกตลอดทางจะเห็นภูเขาอยู่ด้านหน้าประมาณ 5 กิโลเมตรจากแยกถึงวัด 4.วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี วัดนี้ได้เกิดขึ้นจากพุทธบริษัทที่ตระหนักถึงคุณนะประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นไม้ลำธารและเพื่อตามรอยพระยุคลบาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าต้นไม้ลำธารสัตว์ป่าต่างๆและนานาพันธุ์พืช ให้อยู่คู่กับแผ่นดินไทย วัดนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของสายกรรมฐาน ส่วนภายในวัดนั้นก็จะมีบรมสาริกธาตุบรรจุในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา เป็นประธานประดิษฐานอยู่หน้าองค์พระ วัดป่าภูก้อนนั้นตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูง และป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำใหญ่ ตำบลบ้านก้อง และเป็นรอยต่อ 3 จังหวัดก็คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย...

Read More

แพทย์ชาวญี่ปุ่นเผยการดื่ม น้ำอุ่น แก้ปัญหาสุขภาพ ได้ 100%

เคยสงสัยบ้างไหม? ทำไมเราถึงป่วย ที่ป่วยก็เพราะดื่มน้ำไม่ถูกค่ะ เรามักจะได้ยินกันว่าการดื่มน้ำเย็นนั้นไม่ค่อยดีกับร่างกาย ควรจะดื่มน้ำที่ระดับอุณหภูมิห้องดีกว่าแล้วถ้าอย่างนั้น การดื่มน้ำอุ่นจะยิ่งดีกับร่างกายมากขึ้นไปอีกไหม ไปอ่านกันเพราะอาจจะมีข้อมูลดีๆ ที่คุณอาจจะยังไม่รู้ แน่นอนว่าการดื่มน้ำอุ่นนั้นมีประโยชน์มากมาย แต่ถ้าจะให้ดีต้องดื่มให้ถูกต้อง เรามีข้อมูลเรื่องประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่นตามเวลาที่คุณอาจไม่เคยรู้วิธีดื่มน้ำอุ่น เพื่อช่วยป้องกันโรคถ้าดื่มน้ำอุ่นเพียง 8 แก้ว/วัน สามารถกลายเป็น น้ำดื่มเพื่อสุขภาพสุดพิเศษได้ทันที หากเรารู้จักดื่มน้ำอุ่นในเวลาที่เหมาะสม นพ.ฟูจิโมโต้ โนริยูกิ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขพลานามัยจากประเทศญี่ปุ่น ให้ความเห็นว่าน้ำเปล่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้นในหนึ่งวันเราจึงต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อเติมออกซิเจนให้แก่อวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะสมองที่ต้องการออกซิเจนมากถึง 1 ใน 3 ของความต้องการออกซิเจนทั้งหมดของร่างกาย มิเช่นนั้น ประสิทธิภาพในการทำงานของสมองจะลดลง ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียตัดสินใจช้า ขาดสมาธิและความสามารถในการจดจำลดลง นอกจากนี้ 70 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย มีน้ำเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นน้ำเปล่ายังมีบทบาทสำคัญ ในการคง รูปร่างของอวัยวะ ลำเลียงสารอาหารเข้าออกเซลล์ ทั้งยังควบคุมความเป็นกรดด่าง และเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างฮอร์โมนและสารเคมีต่างๆ ภายในร่างกายอีกด้วย น้ำเปล่าเป็นสิ่งสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้ เพราะหากเราอดอาหารยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 2 เดือน แต่ถ้าขาดน้ำเพียง 10 วันก็ต้องเสียชีวิตอย่างแน่นอน ตามหลักการแพทย์แผนจีน น้ำมีบทบาทสำคัญ ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน ทั้งช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ลำเลียงสารอาหาร ลดความตึงเครียด คืนความสดชื่นภายหลังออกกำลังกายและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายในยามที่เข้านอน น้ำเปล่า 8 แก้ว จะกลายเป็นน้ำวิเศษทันทีหากเราดื่มในเวลาที่เหมาะสม มีประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่นในเวลาต่างๆ มาบอก ลองดื่มตามเพื่อพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง… เวลา 05.00-07.00 น. ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้วเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย ลำไส้ใหญ่เคลื่อนตัวพร้อมสำหรับขับของเสีย สิ่งที่ควรทำคือ ควรปฏิบัติให้เป็นกิจวัตรประจำวัน เวลา 07.00-09.00 น. ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว เพื่อกระเพาะอาหารทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมอาหาร สิ่งที่ควรทำคือทานอาหารเช้าที่ย่อยและดูดซึมง่าย คนจีนมักกินอาหารที่มีน้ำ เช่น ข้าวต้มในมื้อเช้า เวลา 11.00-13.00 น. ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว เพื่อให้หัวใจจะสูบฉีดเลือดไหลเวียนทั่วร่างกาย โดยจะทำงานหนักในช่วงเวลานี้ สิ่งที่ควรทำคือหลังอาหารเที่ยง ควรหลีกเลี่ยงความเครียดและผ่อนคลายอารมณ์ เวลา 15.00-17.00 น. ดื่มน้ำอุ่นอย่างน้อย 2...

Read More

กระทู้เว็บบอร์ด ล่าสุด

คอมเม้นเว็บบอร์ด ล่าสุด

November 2018
M T W T F S S
« Oct    
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930