Author: Best Story

วิเคราะห์ “โกโก้” พืชเศรษฐกิจใหม่ ร่วงหรือรอด?

ไทยพีบีเอส วิเคราะห์อนาคตการปลูกโกโก้ในประเทศไทย เพื่อทดแทนการปลูกยางพาราที่ราคาตก และหวังเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน วันนี้( 3 ธ.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังราคายางที่ตกต่ำ ทำให้รัฐบาลมีแนวคิดส่งเสริมการปลูกโกโก้ขึ้นมา เพราะตลาดดูจะสดใสกว่า แต่ถ้าเกษตรกรจะเปลี่ยนทั้งหมดอาจต้องพิจารณาให้รอบ คอบ เบื้องต้น จึงมีการเสนอให้ปลูกแซมไปก่อนดีกว่าโค่นไปทั้งหมด ถึงเเม้ว่าทิศทางการปลูกโกโก้จะดี ต้องยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพราะในไทย ยังผลิตน้อยมาก โกโก้ ถูกพูดถึงบ่อยในช่วงนี้ ในฐานะพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ทั้งการผลิตเพื่อส่งออก ในการทำช็อกโกแลต หรือ การวางแผนการผลิตโกโก้ ทดแทนการทำสวนยางพารา ที่อายุเกิน 25 ปี หรือให้น้ำยางน้อย ขณะที่ตลาดภายในประเทศและตลาดโลก มีความต้องการผลิตโกโก้มากขึ้น ไทยเริ่มมีเกษตรกรให้ความสนใจปลูกโกโก้มากขึ้นด้วย เพราะราคาดี โดยพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ อยู่ที่ 5,464.39 ไร่ และพื้นที่เก็บเกี่ยว 4,090.66 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ คิดเป็นพื้นที่ 3,957.59 ไร่ ซึ่งจังหวัดที่ปลูกมาก คือ น่าน เชียงรายลำปาง ตาก ภาคตะวันออกก็ปลูกมากเช่นกันโดยมีพื้นที่เพาะปลูก 586.48 ไร่ จังหวัดที่ปลูกมาก คือ จันทบุรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้วางแผนเบื้องต้น ศึกษาข้อมูลด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศ สภาพพื้นที่เหมาะสม ที่ใดสามารถปลูกทดแทนยางเก่า หรือปลูกแซมในสวนยางได้ ประมาณการต้นทุนต้นทุนและความคุ้มค่า ตั้งเเต่การปลูกไปจนถึงการผลิตหากผลการศึกษาออกมาจะะเร่งจัดทำแผนการผลิต นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า แนวคิดสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกยาง หันไปปลูกโกโกโก้ เพื่อแก้ปัญหายางพาราตกต่ำในระยะยาว ด้วยการลดพื้นที่ปลูก ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น นักวิชาการ ชี้ต้องวางแผนในพื้นที่เหมาะสม นายเดชรัต สุขกำเนิด หัวหน้าภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยา ลัยเกษตรศาสตร์ มองว่า การส่งเสริมสามารถทำได้ เพราะสภาพพื้นที่เหมาะสม และความต้องการบริโภคมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่รัฐบาลจะต้องวางแผนให้ชัดเจนโดยยึดโมเดลการปลูกกาแฟที่เริ่มจากผู้ผลิตกาแฟ ลงมาสู่เกษตรกร เนื่องจากอดีตรัฐบาลเคยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกโกโก้ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะไม่มีคุณภาพ ขาดตลาดรองรับ ดังนั้นควรประสานผู้ผลิต หรือ อุตสาหกรรมแปรรูปโกโก้ก่อนจะส่งเสริม เพื่อให้ตรงความต้องการ ปริมาณเพียงพอ และมีคุณภาพมากที่สุด ขณะที่ผู้ผลิตช็อกโกแลตยืนยันว่า ความต้องการบริโภคช็อคโกแลตคนไทยอยู่ที่ 120 กรัมต่อคนต่อปี เมื่อเทียบกับเบลเยียม...

Read More

ปั้นปลายชีวิต กระท่อมปลายนา ขุดบ่อเลี้ยงปลา พึ่งพาตัวเองได้

แน่นอนว่ามีใครไหนคนนั้นเมื่ออายุมากขึ้นก็ต้องคิดถึงชีวิตบั้นปลายของตัวเองกันใช่ไหมล่ะคะซึ่งวิถีเศรษฐกิจแบบพอเพียงนั้นก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะเป็นแนวคิดที่สร้างความยั่งยืนในการใช้ชีวิตด้วยหลักการเน้นที่มีเหตุและผลในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและความพอประมาณที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปซึ่งความคิดนี้ก็ทำให้ใครหลายๆคนนั้นต่างจะผันตัวเองออกมาทำเกษตรเลี้ยงสัตว์ปลูกผักและใช้ชีวิตบั้นปลายแบบเรียบง่าย โดยในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะมีการทำไอเดียบ่อเลี้ยงปลาปลาดุกพร้อมสูตรอาหารซึ่งเราก็จะนำมาฝากเพื่อนๆกันแบบดีๆเดี๋ยวจะมีการเน้นใช้งบประมาณที่ไม่มากจนเกินไปและให้ผลผลิตที่คุ้มค่าที่สุดอีกทั้งยังสามารถใช้เลี้ยงตัวเองได้และนำไปเอาจำหน่ายได้อีกด้วยโดยจะมีสูตรอย่างไรบ้างนั้นลองตามมาดูกันได้เลย เริ่มจากบ่อเลี้ยงปลา 1. ทำการขุดบ่อขนาด 2X 4 เมตรโดยมีความลึกอยู่ที่ประมาณ 70 เมตรขึ้นไป 2. จากนั้นก็นำผ้ายางมาคลุมหลุมเพื่อไม่ให้มีน้ำรั่วซึมออกไปหรือจะใช้ผ้ายาชนิด LDPE ที่มีความหนาประมาณ 300 ไมครอนและมีขนาดประมาณ 4 X 7 เมตร 3. จากนั้นก็ทำการเติมน้ำประปาลงไปและพักน้ำทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์และใช้ EM และกากน้ำตาลในการปรับสภาพน้ำ 4. เมื่อครบ 1 อาทิตย์แล้วก็นำปลาดุกลงไปโดยใช้ปลาดุกประมาณ 500 ตัวและให้อาหารประมาณ 20 กิโลกรัมโดยทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณ 2,800 บาท คราวนี้เรามาดูศูนย์อาหารกันบ้างดีกว่าว่ามีสูตรแบบไหนกันบ้างซึ่งบอกเลยว่ามีทั้งแบบธรรมดาเป็นแบบอาหารเสริมและสำหรับลูกปลาเรามาดูกันดีกว่าว่าทำอย่างไร 1.อาหารเลี้ยงปลาดุกแบบธรรมดา ส่วนผสม 1. รำละเอียด 2. กระสอบปุ๋ย 3. กากมะพร้าว 1 กระสอบปุ๋ย 4. ปลาป่น 6 กก. 5. กากถั่วเหลือง 6 กก. 6. จุลินทรีย์ EM 1 ลิตร 7. กากน้ำตาล 1 กก. 8. น้ำมันพืช 1 – 2 ลิตร ขั้นตอนวิธีการทำ ขั้นตอนที่ 1 เรื่องจากการ รำละเอียด 1 กระสอบมาผสมกับกากมะพร้าวปลาป่นและกากถั่วเหลืองจากนั้นก็นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นก็ทำการนำส่วนผสมนั่นก็คือจุลินทรีย์ EM กับกากน้ำตาลมาผสมกับน้ำ 1 ลิตรและเอาส่วนผสมที่ทำไว้แล้วมาผสมเข้ารวมกันจากนั้นก็ทำการหมักทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นก็นำรำละเอียดที่เหลืออีก 1 กระสอบมาผสมกับกากมะพร้าวและใส่น้ำมันพืชไปอีกประมาณ 1 ถึง 2 ลิตรคลุกเคล้าให้เข้ากันและนำเข้าเครื่องอัดเม็ดผึ่งแดดทิ้งไว้ประมาณ 2 วันก็สามารถใช้งานได้ 2. อาหารเสริมปลาดุกสำหรับการลดต้นทุน...

Read More

“เท่ง เถิดเทิง” ลั่น “อยู่ที่นี่แล้วมันสบายใจ” รวยแค่ไหนก็ใช้ชีวิตติดดิน!!

จากเด็กสุโขทัยเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ จนกลายเป็นตลกชื่อดังระดับชั้นนำของเมืองไทย “เท่ง เถิดเทิง” หรือ “พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ” เองกลับไม่เคยลืมความเป็นเด็กบ้านนอก ยังคงคิดถึงกลิ่นดิน กลิ่นฟาง กลิ่นขี้ควาย แม้จะมีบ้านหลังใหญ่โตในกรุงเทพฯ แต่เมื่อมีเวลาว่างเขาและครอบครัวก็มักจะเดินทางมาพักผ่อนที่บ้านอีกหลังหนึ่งในจังหวัดนครนายกซึ่งซื้อมาได้ 7-8 ปีแล้ว ดิน 4 ไร่ที่เต็มไปด้วยมะม่วง มะยงชิด มะปราง เงาะ มังคุด ฯลฯ พร้อมบ้านไม้หลังย่อมๆ อีกหนึ่งหลังถูกเท่ง เถิดเทิงซื้อมาเมื่อหลายปีก่อนในราคา 3.9 ล้านบาท “วันนั้นพาครอบครัวมาเที่ยวน้ำตก แล้วเมียพามาดูที่ พอเห็นเรารู้สึกชอบเลยเพราะมันเย็น ร่มรื่น มีสวน ตอนนั้นยกมือไหว้เจ้าที่เจ้าทางบอกว่าถ้าที่ดินนี้จะเป็นของเราขอให้คุยและเจรจาเสร็จใน 1 วัน ซึ่งวันเดียวก็เรียบร้อย จ่ายเงิน โอนกันไม่มีปัญหาอะไรเลย” เมื่อเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้เท่งก็ลงมือปรับปรุงบ้านโดยคงสภาพบ้านไม้แบบเดิมไว้เพราะส่วนตัวชื่นชอบบ้านไม้ จะปรับเพียงดีดบ้านให้สูงขึ้น ปูพื้นกระเบื้องแทนพื้นดินด้านล่าง ต่อห้องเพิ่ม และสร้างบ้านหลังย่อมๆ ตรงท้ายสวนให้ญาตินอนเฝ้าตอนกลางคืน “ช่วงแรกที่มาพักใหม่ๆ ชาวบ้านขับรถ หรือขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านจะตะโกนเรียกชื่อทั้งวัน แต่พออยู่ไปนานๆ พี่ก็เริ่มชิน คุ้นเคยกับคนแถวนี้ เดินถอดเสื้อออกไปนอกบ้านทักทายกับคนทั่วไปได้” ปกติถ้าไม่มีงานที่กรุงเทพฯ เท่ง เถิดเทิง จะขับรถมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ โดยเฉพาะในช่วงวันเสาร์อาทิตย์เพราะชอบความเงียบสงบ และธรรมชาติของที่นี่ แม้บ้านในกรุงเทพฯ ย่านบางบัวทองจะหลังใหญ่โตแต่ไม่มีที่ให้เดินเล่น ปลูกต้นไม้เหมือนบ้านหลังนี้ กิจกรรมที่ตลกเจ้าของบ้านชอบทำบ่อยๆ คือกวาดใบไม้ เผาใบไม้ ปลูกผักสวนครัวรอบบ้าน นอกจากจะมีผลไม้หลายชนิดติดที่ดินดั้งเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้ก็มีทั้งมะนาว มะละกอ ตะไคร้ มะกรูด ฯลฯ อยู่รอบๆ ตัวบ้าน ทุกเช้าที่บ้านนครนายกเท่ง เถิดเทิงจะตื่นแต่เช้าลงมาดูแลทำความสะอาดบ้าน กวาดใบไม้ เผาขยะ ว่างๆ ก็ปลูกผัก ดูแลพืชพันธุ์ที่ตัวเองปลูกไว้ ถ้ามีเวลาจะต้องช่วยภรรยาแกะเนื้อปลานิลสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในน้ำยาขนมจีนแม่มาลา (ขนมจีนที่ขายอยู่ในตลาดเท่ง เถิดเทิง จังหวัดนครนายก) ชีวิตประจำวันที่นี่ของเท่งจึงค่อนข้างเรียบง่าย สงบ “อยู่ที่นี่แล้วมันสบายใจ สบายกาย สบายปอด ผมไม่ชอบอยู่กรุงเทพฯ แต่เพราะมีครอบครัว ห่วงลูก มีเงินผมไม่เคยใช้ ใช้ไม่เป็น แต่งตัวไม่เป็น เดินห้างไม่เป็น ไม่รู้จะซื้ออะไร แต่มาอยู่ที่นี่แล้วมีความสุข บางวันก็เดินเท้าเปล่ารับแร่ธาตุจากดิน มาอยู่ที่นี่แล้วไม่อยากกลับกรุงเทพฯ” ในอนาคต เท่ง เถิดเทิง ยังไม่มีแผนชีวิตชัดเจนว่าจะเกษียณตัวเองตอนอายุเท่าไร เพราะยังฝันถึงการเล่นตลกมอบความบันเทิงให้กับคนดูไปจนอายุสัก 70...

Read More

รีวิวฉบับวัยรุ่น เกษตรบ้านสวน “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในคอกมีวัว ในเล้ามีหมู ในธนาคารมีเงิน

สวัสดีเพื่อนๆ iHome108 วันนี้ใครที่กำลังอยากจะไปใช้ชีวิตบ้านเกิดทำเกษตรกรรม เราขอนำแนวทางของ บัณฑิตสาวสวย ที่เลือกเดินแนวทางการทำเกษตร มากกว่าเข้ากรุงทำงานเหมือนคนหนุ่มสาวจบใหม่ทั่วไป บางคนคิดว่ารอเริ่มสร้างตอนอายุเยอะ เก็บเงินก่อนสักก้อนค่อยทำ แต่คุณกะปุ้ย ยยยย คิดต่าง เลือกที่จะทำสวนที่บ้าน ยังมีพลัง ฝันยังร้อนแรงอยู่ ถ้าใจมาทางเกษตรแล้วเอาเงินที่หาได้มาลองเลย เราไปชมสวนกันเลยดีกว่า “สวนในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในคอกมีวัว ในเล้ามีหมู ในธนาคารมีเงิน” เจ้าของสวนเล่าว่า “เราชอบชีวิตแบบนี้ไม่คิดเข้ากรุง ขอเป็นแรงใจให้คุณเริ่ม บางคนคิดว่ารอเริ่มสร้างตอนอายุเยอะ เก็บเงินก่อนสักก้อนค่อยทำ แต่เราคิดสวนทาง เริ่มตอนอายุน้อยๆ สิ ยังมีพลัง ฝันยังร้อนแรงอยู่ ถ้าใจมาทางเกษตรแล้วเอาเงินที่หาได้มาลองเลย หาได้อีกก็ลองอีก อย่างน้อยถ้าไม่ใช่ทางของเรา ผิดถูกยังไงก็ถอนตัวทันเพราะอายุยังน้อยแต่เชื่อเราเถอะเส้นทางเกษตรไม่ผิดแน่นอน เห็นผลอาจช้าเร็วต่างกัน” บ้านสวนหลังแรก เพิ่งสร้างเสร็จได้ประมาณครึ่งปี ใช้เวลาสร้าง 2 ปีกว่าๆ ฮ่าๆๆ ทุนมีสร้าง ทุนหมดไล่ช่างกลับบ้าน วนไปจนเสร็จ โชคดีที่ลุงเป็นช่างเลยไม่เรื่องมาก ทุนสร้างมาจากขายหมู ขายวัว พ่อวิ่งดินวิ่งงานได้ หมูเราเลี้ยงแบบปล่อยธรรมชาติ หน้าข้าวเสร็จเราปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ บุฟเฟ่ต์ 555 อาจจะคิดว่าไม่วุ่นวายเรอไม่หายเรอ ไม่เลยอาจเป็นเพราะหมูชิน เรามีทั้งหมูป่า และหมูบ้าน ปี ๆ หนึ่งจะมีลูกหมูขาย ประมาณ 50-100 ตัว ราคาอยู่ที่ 700-1,500 บาท ถ้าฤดูปลูกข้าวเราต้องขังเพราะหมูชอบกินข้าว คุ้ยดินกระจาย นาเราเองไม่ว่าแต่นารอบข้างไม่ได้เลยต้องขัง ฤดูขังเราก็ไปเอาเศษอาหารจากร้านหมูกะทะ ร้านอาหารต่าง ๆ มาให้ จะได้ไม่ลงทุนซื้อหัวอาหาร ลูกหมูขายได้ตลอดปี มารับซื้อถึงที เอาไปเลี้ยงขุนบ้าง เอาไปย่างบ้าง ไม่เคยพอช่วงเทศกาล เพราะขายกันเอง ถูกมาก ขายหมูได้ก็เอาเงินมาต่อยอดทำอย่างอื่นต่อ หมดหน้าข้าวปล่อยวัวหากิน หมูยึดคอกวัวชอบนอนนี่เพราะเย็นสบาย กฎเหล็กของสวนคือถ้าไม่มีอาหารมา ห้ามเปิดแตรรถ ไม่งั้นหมูจะเข้าใจผิดวิ่งมาล้อมรถคิดว่าเราเศษอาหารมาให้ ถ้าคิดภาพไม่ออกหมูสามสิบสี่สิบตัวล้อมมอไซด์จนล้ม ตั้งแต่นั้นมาก็จะเทเศษอาหารให้เสร็จถึงกดแตรเรียก อู๊ดๆ ก็จะวิ่งมาทั่วสารทิศ ออกแนวอดยาก 555 ถ้าไม่ใช่หน้าข้าว เวลาหมูจะคลอดลูก มันมักจะไปคลอดตามป่า พอลูกแข็งแรงก็จะพาลูกเดินกลับมาที่สวนเอง ถ้าหายไปนานก็ต้องไปหา เพราะอาจหลงทางจำทางกลับไม่ได้ เคยหายไหม เคยค่ะแต่เลี้ยงแบบนี้ต้องยอมรับ หายบ้างเหลือบ้างแบ่งกันกิน หมูจะคุ้นชินกับคนมาก ๆ ไม่กลัวคน คนต้องกลัวหมู...

Read More

กระทู้เว็บบอร์ด ล่าสุด

คอมเม้นเว็บบอร์ด ล่าสุด

December 2018
M T W T F S S
« Nov    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31