วัดเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวไทยและคนที่นับถือศาสนาพุทธทุกคน วัดในประเทศไทยนั้นมีอยู่มากมายหลายที่ในทุกๆจังหวัด วันนี้เราจะพามาดูวัดในประเทศไทยที่อยู่บนภูเขากัน ต้องบอกว่าสวยงามมากจริงๆ ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย

1.วัดทางสาย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ภักดีประกาศนั่นเองค่ะ เป็นเจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการด้วยการไล่ระดับ 5 ชั้น เจดีย์สีทองอร่ามเก้ายอด สามารถชมทิวทัศน์ทะเลฝั่งอ่าวไทยได้อย่างสวยงาม และเป็นวัดที่สร้างขึ้นในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 วัดทางสายนั้นอยู่ หมู่ 9 ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั่นเองค่ะ และมีลักษณะคล้ายเต่ายื่นลงไปในทะเลอยู่ครึ่งกึ่งกลางระหว่างสองอ่าวคืออ่าวบ้านกรูดและอ่าวบ้านทางสาย

2.วัดถ้ำเขาวงกต จังหวัดอุทัยธานี

เป็นวัดที่มีอาคาร 4 ชั้นออกแบบเป็นลักษณะเรือนไทยยกใต้ถุน แบ่งการใช้งานออกเป็น 4 ชั้นก็คือ ใต้ถุนนั้นเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของ ส่วนชั้นที่ 2 นั้นจะเป็นวิหาร ชั้นที่ 3 จะเป็นกุฏิ และชั้นที่ 4 จะเป็นโบสถ์ที่สร้างด้วยไม้สักและไม้มะค่า ซึ่งมีความงดงามมากๆเลยค่ะ ภายในวัดนั้นก็จะมีความสวยงามร่มรื่นเลยทีเดียว ระห่างไปจากหลังวัดนั้นจะมีถ้ำอยู่ประมาณ 7-8 ถ้ำ บางท่านนั้นก็ใช้เป็นที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ บางท่านนั้นก็จะมีหินงอกหินย้อยให้ชมกันค่ะ การเดินทางไปวัดถ้ำเขาวงนั้น เดินทางจากตัวเมืองอุทัยธานีมุ่งหน้าสู่ตำบลบ้านไร่ และห่างจากอำเภอไปประมาณ 12 กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข 3011 ผ่านทางโค้งศาลเจ้าพ่อเขารักมาตัดจับสามแยกให้เลี้ยวขวาประมาณ 6 กิโลเมตร แล้วก็จะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เขาวงประมาณ 8 กิโลเมตร ถึงทางแยกให้เข้าไปอีก 300 เมตร

3.วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จังหวัดนครสวรรค์

เป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีความสวยงามแปลกตาด้วยการที่สร้างวัดเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขานั่นเองค่ะ ยอดเจดีย์นั้นจะเป็นทรงระฆังคว่ำประดับด้วยลวดลายบนปูนปั้นมีความสวยงามแปลกตาโดยรอบๆนั้นเจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืนและประทับนั่งอยู่ทั่วไป ส่วนบริเวณชั้นบนสุดนั้นก็จะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วยค่ะ การเดินทางจากกรุงเทพนั้นเดินทางมุ่งหน้าอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ถึงกองบิน 4 เจอแยกไปห้วยหวาย เลี้ยวซ้ายขับรถไปเรื่อยๆเจอสี่แยกตัดกันกับถนนเส้นตากฟ้าท่าตะโก ให้ตรงไปขับรถผ่านหมู่บ้านทางรพช จะมีป้ายบอกตลอดทางจะเห็นภูเขาอยู่ด้านหน้าประมาณ 5 กิโลเมตรจากแยกถึงวัด

4.วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี

วัดนี้ได้เกิดขึ้นจากพุทธบริษัทที่ตระหนักถึงคุณนะประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นไม้ลำธารและเพื่อตามรอยพระยุคลบาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าต้นไม้ลำธารสัตว์ป่าต่างๆและนานาพันธุ์พืช ให้อยู่คู่กับแผ่นดินไทย วัดนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของสายกรรมฐาน ส่วนภายในวัดนั้นก็จะมีบรมสาริกธาตุบรรจุในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา เป็นประธานประดิษฐานอยู่หน้าองค์พระ วัดป่าภูก้อนนั้นตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูง และป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำใหญ่ ตำบลบ้านก้อง และเป็นรอยต่อ 3 จังหวัดก็คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย

5.วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม จังหวัดนครราชสีมา

เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธสกลสีมามงคล เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และชาวบ้านทั่วไปก็จะเรียกว่าหลวงพ่อขาวหรือหลวงพ่อใหญ่ เป็นพระนั่งปางประทานพรสีขาวขนาดใหญ่ วัดตั้งอยู่บริเวณเขาสีเสียดอ้า หมู่บ้านกลางดง ตั้งเด่นอยู่บนยอดเขาสูงมีบันไดทางขึ้น 1250 ขั้น ซึ่งเป็นจำนวนเท่าอรหันต์ที่ไปชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมายในวันมาฆบูชา

6.วัดเขาสุกิม จังหวัดจันทบุรี

เดิมนั้นเป็นที่สถานปฏิบัติธรรมบนเขาซึ่งเรียกกันในท้องถิ่นว่าเขาอีกอิมนั่นเอง ต่อมาชาวบ้านจึงได้นิมนต์พระอาจารย์และภิกษุสามเณรจากสำนักสงฆ์เนินดินแดง มาจำพรรษาอยู่บนเขาอีกริม และก็ได้มาพัฒนาวัดแจ้งเป็นวัดใหญ่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป แล้วก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นเขาสุกิมนั่นเอง

7.วัดเจติยาคีรีวิหาร จังหวัดบึงกาฬ

วัดนี้เป็นเป็นวัดที่รู้จักกันในชื่อว่าวัดภูทอกนั่นเองค่ะ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีธรรมชาติอันสวยงามที่สุด มีสะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบๆภูทอกแบบ 360 องศาเลยทีเดียว และทำให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาที่วัดภูทอกนี้กันตลอด เป็นวัดที่มีทั้งหมด 7 ชั้น มีบันไดไม้ให้ขึ้นชมยาวจนถึงสูงสุดของยอดภูทอกเลยทีเดียว การเดินทางไปวัดภูทอกนั้นเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 222 ไปทางอำเภอศรีวิไล จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 50 กิโลเมตรค่ะ แล้วบ้านปูเท่านั้นก็อยู่ในเขตบ้านคำแคน ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล ภูทอกนั้นจะมีอยู่ 2 ลูกด้วยกันค่ะ ภูทอกใหญ่ วัดภูทอกน้อย หน้าที่ที่สามารถชมได้นั่นก็คือผู้เฒ่าน้อยนั่นเองค่ะ ส่วนภูทอกใหญ่นั้นจะอยู่ห่างออกไปยังไม่เปิดให้ท่องเที่ยว

8.วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง

นี่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นอันซีนของจังหวัดลำปางเลยทีเดียวค่ะ รัฐตั้งอยู่ในอำเภอแจ้ห่ม มีจุดชมวิวแบบพาโนรามา 360 องศาเลยทีเดียว และจะได้พบเห็นวิวที่สวยงามอลังการของอำเภอแจ้ห่ม สามารถเห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่หวังได้ เห็นภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาวๆจนสุดสายตา

9.วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จังหวัดเพชรบูรณ์

เชื่อว่าวัดนี้ใครๆหลายคนนั้นก็คงต้องรู้จัก หรือก็เคยไปอย่างแน่นอนค่ะ เพราะเป็นวัดที่มีความโดดเด่นอลังการนอกจากวิวทัศน์แล้ว ก็คือสีสันอันสดใสที่เกิดจากการนำกระเบื้องสีถ้วยชามเบญจรงค์มุกลูกปัดแก้วแหวนเงินทองมีค่าต่างๆ มาประดับตกแต่งเป็นลวดลายที่สวยงาม เมื่อโดนแดดสะท้อนเป็นการงดงามมากๆ เหมือนกับวัดที่อยู่บนสรวงสวรรค์เลยทีเดียว เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามและศักดิ์สิทธิ์ควรที่จะไปให้ได้สักครั้ง ส่วนวิธีการเดินทางนั้นจากกรุงเทพไปให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ศาลจังหวัดสระบุรี ในจังหวัดลพบุรี จากนั้นก็ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 12 บริเวณแยกอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง จากนั้นขับตรงไปเรื่อยๆทางที่จะไปแยกแคมป์สน จะมีจุดสังเกตก็คืออบตแคมป์สนอยู่ขวามือ จากนั้นขับตรงไปกลับรถทางเข้าวัดจะอยู่บริเวณทางเข้าหมู่บ้านทางแดงข้างๆ อบตแคมป์สน

10.วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่

วัดนี้เป็นวัดที่มีแต่ความสวยงามมหัศจรรย์ แถมยังเป็นที่ปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานอีกด้วย มีลักษณะเป็นสวนป่าเป็นโพรงถ้ำ มีเพิงผาและแหล่งถ้ำธรรมชาติอีกด้วย เป็นที่นิยมชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติ วัดนี้ได้ตั้งอยู่ห่างตัวเมืองกระบี่ประมาณ 9 กิโลเมตรและตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านถ้ำเสือ ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ มีพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ การเดินทางนั้นก็เดินทางจากตัวเมืองกระบี่ ให้เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกตลาดเก่า จากนั้นใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม เส้นทางอำเภอเหนือคลอง เลี้ยวซ้ายที่สามแยกถ้ำเสือไปตามถนนราษฎร์พัฒนา ไปประมาณ 2 กิโลเมตรจะมีป้ายบอกทางอยู่อย่างชัดเจน

ขอบคุณที่มา : deemagna