โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ภัยใกล้ตัว ที่อาจจะทำให้คุณเสียชีวิตได้ภายใน  1 ชั่วโมงหลังจากเกิดอาการ โดยเป็น 1 ใน 3 ของสาเหตุการเสียชีวิตสูงสุดในประเทศไทยที่ใกล้เคียงกับการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุและโรคมะเร็ง

จากกรณี “ป๋าเต็ด” ยุทธนา บุญอ้อม ผู้ก่อตั้งคอนเสิร์ต บิ๊กเมาท์เทน ถูกหามตัวส่งโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เนื่องจากมีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน จนต้องเข้ารับผ่าตัดบอลลูนหัวใจโดยด่วน เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา จึงเกิดเป็นความตระหนักขึ้นได้ว่า การดูแลสุขภาพถือเป็นเรื่องที่สำคัญต่อชีวิตของเราเป็นที่สุด ไบรท์ออนไลน์ วันนี้ จึงอยากพาเพื่อน ๆ มารู้จักและทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน” เพื่อลดความเสี่ยงก่อนเกิดโรคนี้กัน

 

หลักการดูแลป้องกันตัวเอง เพื่อลดการเกิดโรค

  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งคัด กรณีผู้ที่พบว่าตนเองเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หลังจากการได้รับการรักษา อันดับแรกจะต้องดูแลเส้นเลือดอย่าให้มีไขมันมาพอกได้อีก โดยการรับประทานยาตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งคัด
  • หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย การหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันประเภทอิ่มตัว ไม่ว่าจะเป็น ไขมันจากสัตว์ อาหารฟาสต์ฟู้ดต่าง ๆ ข้าวขาหมูติดมัน เนยและผลิตภัณฑ์จากนมที่ไม่พร่องไขมัน
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดอารมณ์เครียด เพราะความเครียดจะมีผลต่อสุขภาพร่างกายในหลาย ๆ ด้าน โดยการหากิจกรรมนันทนาการ เช่น ปลูกต้นไม้ ฟังเพลง เล่นกีฬา เพื่อให้ผ่อนคลายทำเพิ่มเติม
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด งดชา กาแฟ บุหรี่ รวมไปถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นเวลานานจะทำให้ปริมาณไขมันในเลือดมีระดับสูง ลดสมรรถภาพของหัวใจในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ควรเริ่มจากการออกกำลังกายตามความเหมาะสมของร่างกายอย่างสม่ำเสมอร่วมด้วย

หากคุณมีอาการดังกล่าวตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้วล่ะก็ ให้รีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อการรักษาที่ทันท่วงที นอกจากนี้ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีและควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เพราะการที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแบบเฉียบพลันนี้ อาจเป็นที่มาของภาวะข้างเคียง อย่าง ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือหัวใจวายเฉียบพลันที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของคุณได้  ฉะนั้นการป้องกันไว้ย่อมดีกว่าการแก้ไขอย่างแน่นอน จริงไหมคะ ?

ที่มา : brighttv.co.th